เป็น New Wealth New S-Curve ของทุกคน

New S-Curve 


คือ เทรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรงและมีศักยภาพในการช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้สูง เปรียบเสมือน “คลื่นลูกใหม่” ที่จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยสินค้าเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและนวัตกรรมใหม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ทั้งยังสามารถสร้างอิมแพ็กทางสังคมและช่วยเหลือผู้คนให้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเขาเองแบบเสมอภาคไม่มีข้อแม้หรือความได้เปรียบหรือเสียเปรียบใดๆ

จับตา S-Curve อุตสาหกรรมดาวเด่น คาดประเทศไทยอาจใช้ 5-10 ปีเข้าใจเทคโนโลยี เพื่อให้รอดจากการ Disruption 90 ปีของนิวทริไลท์ ธุรกิจนิวทริไลท์เคียงข้างคุณมา 90 ปี จากจุดเริ่มต้น เราขับเคลื่อนด้วยปรัชญา "ดีที่สุดจากธรรมชาติ ดีที่สุดจากวิทยาศาสตร์" สู่สุขภาพสมบูรณ์สูงสุดด้วยพลังจากพืชธรรมชาติ เพื่อเป้าหมายการมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของผู้คนและโลกใบนี้ 

เราเป็นแบรนด์เดียวที่มีฟาร์มออร์แกนิคเป็นของตัวเอง นิวทริไลท์เป็นแบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลกเพียงแบรนด์เดียว ที่เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และมีกระบวนการผลิต ด้วยระบบฟาร์มชีวภาพที่ผ่านการรับรอง* และเป็นเจ้าของฟาร์มออร์แกนิค 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 15,000 ไร่


ฟาร์มเทราท์เลค เวสต์
เนื้อที่ 1,015 ไร่ตั้งอยู่บนเทือกเขาคาสเคด รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา



ฟาร์มเทราท์เลค อีสต์
เนื้อที่ 2,190 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา


ฟาร์มเอล เพทาคาล
เนื้อที่ 4,020 ไร่ ตั้งอยู่ที่เมืองฮาลิสโก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก



ฟาร์มอูบาจารา
เนื้อที่ 7,934 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้เมืองอูบาจารา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล



ฟาร์มนิวทริเซิร์ท
เรายังมีฟาร์มสัมพันธมิตรใน 27 ประเทศในทุกทวีป ยกเว้นทวีปแอนตาร์กติกาที่คอยจัดหาพืชวัตถุดิบหรือส่วนผสมที่เราต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ของเรา

หลักการทำฟาร์ม 9 ประการ

แบรนด์นิวทริไลท์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลกเพียงแบรนด์เดียวที่เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และมีกระบวนการผลิตด้วยระบบฟาร์มออร์แกนิกของตนเองที่ผ่านการรับรองแล้ว


แบรนด์ที่ยังคงรักษาความเป็น Top of Mind Brand ของกลุ่มธุรกิจขายตรงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
และในฐานะผู้นำตลาดที่มักมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอยู่เสมอ

แผนสร้าง New Wealth ผ่านโซลูชันเพื่อการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี มุ่งหวังคนไทยมี Healthspan ที่ยืนยาว มุ่งเป้ามอบสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health & Wellbeing) อย่างยั่งยืนให้แก่ผู้คนผ่านโซลูชันผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพและแผนธุรกิจที่มั่นคง ออกแบบได้ตามไลฟ์สไตล์ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ครอบคลุม 6 มิติ สร้างชีวิตมั่นคงมั่งคั่งแบบใหม่ (New Wealth) ด้วยการมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีอย่างยืนยาว (Healthspan) ย้ำเป้าหมายยอดขาย 30,000 ล้านบาท ในปี 2029 ฉลอง 70 ปีแอมเวย์โลก

มุ่งสร้าง ‘New Wealth’ ความมั่นคงมั่งคั่งแบบใหม่ให้คนไทย ด้วยการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีผ่าน 6 มิติ ได้แก่ ร่างกายที่แข็งแรง (Healthy Body) สุขภาพจิตที่ดี (Healthy Mind) การพัฒนาตนเอง (Personal Growth) คอมมิวนิตีที่ดี (Community Connection) ความมั่นคงทางการเงิน (Financial Wellbeing) และโลกที่ยั่งยืน (Healthy Planet) เหล่านี้หมายความถึงปณิธานของแอมเวย์ที่ต้องการมีส่วนช่วยให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างยาวนานเพื่อยืดอายุของสุขภาพกาย ช่วยส่งเสริมให้คนมีสุขภาพจิตใจที่ดีหรือมีสภาวะทางอารมณ์ในเชิงบวกผ่านสังคมแห่งการสนับสนุนและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาความสามารถและศักยภาพที่ซ่อนอยู่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและเชื่อมโยงทางสังคมผ่านคอมมิวนิตีของคนรักสุขภาพหรือมีความสนใจเหมือนๆ กัน ที่สำคัญ ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินที่มีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต นอกจากนี้ แอมเวย์ยังมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านแนวทางการทำงานที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเพาะปลูกวัตถุดิบ การผลิตผลิตภัณฑ์ และการปฏิบัติงานในทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความยั่งยืนมากขึ้น”

จากความสำเร็จของแอมเวย์ในฐานะแบรนด์ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพของประเทศไทย การันตีด้วยแบรนด์นิวทริไลท์ ยอดขายอันดับ 1* ในกลุ่มวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ ที่มียอดขายอันดับ 1* ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมหรือลดน้ำหนักมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ในปีนี้ แอมเวย์พร้อมแล้วที่จะต่อยอดความสำเร็จด้วยศาสตร์ใหม่ในการลดน้ำหนัก “บอดี้ดี เริ่มที่ลำไส้’ ซึ่งผนวกผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ด้าน Gut Microbiome ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แล้วการมีสมดุลจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกาย ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพองค์รวมในหลายๆ ด้าน รวมถึงมีทัพสินค้าอื่นๆ อีกมากมายที่จะตอบโจทย์การดูแลสุขภาพด้วยโซลูชันแบบบูรณาการ (Holistic Solutions) เพื่อสุขภาพและสุขภาวะที่ดี อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ เครื่องกรองน้ำ อีสปริง เครื่องกรองอากาศ แอทโมสเฟียร์ สกาย เครื่องสำอาง อาร์ทิสทรี ผลิตภัณฑ์สำหรับเรือนร่าง จีแอนด์เอช และกลิสเทอร์ ที่ล้วนแต่เป็นนวัตกรรมการผสมผสานกันของเทคโนโลยีและธรรมชาติเข้ามาเพื่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค



ธุรกิจ“เมตตาทุนนิยม” นี้จะสร้างแนวคิดใหม่ให้คุณมุ่งสู่การสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน
     จะทำให้คุณเห็นศักยภาพของตัวเองว่า สามารถนำเอาแนวคิด ‘เมตตาทุนนิยม’ ไปใช้ในการสร้างธุรกิจได้อย่างไร 
ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองและเปลี่ยนแปลงชีวิตคนที่คุณรัก ให้พวกเขาได้มีวิถีชีวิตที่ดีกว่า สามารถมีความหวังใหม่กับชีวิตใหม่ ได้นำหลักการนี้ไปช่วยเหลือผู้คนที่เขาอยากช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุข
     เรียนรู้ความพิเศษของผลิตภัณท์ของเรา ให้เข้าใจในวิธีใช้ให้ถูกต้องและใช้ได้ผลจากประสบการการใช้จริงเก็บเอาเทคนิคพิเศษที่คุณได้เรียนรู้ไว้เพื่อนำไปบอกเล่า บอกต่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงคุณสมบัติพิเศษเหล่านั้น พร้อมทั้งเชื้อเชิญพวกเขามาเป็นครอบครัวเดียวกับคุณเพื่อรับสิทธิพิเศษมากมายพร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ที่คุณพึงจะได้รับ
     สละเวลาอันมีค่าของคุณลงไปช่วยทำงานพื้นฐานให้คนที่คุณรับอุปถัมภ์พวกเขามาเป็นทีมงานได้มีองค์กรสมาชิกของพวกเขาเองให้เขาได้มีปันผลจากการสร้างกลุ่มผู้บริโภคและสอนให้พวกเขาได้มีทักษะในการเล่าถึงสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับเมื่อตัดสินใจมาเป็นสมาชิกของคุณจะเป็นเทคนิคที่สนุกในการทวีคูณปันผลของทุกคนให้เพิ่มขึ้นอย่างคุ้มค่าตามแผนการตลาดที่สามารถสร้างงานได้ตลอดเวลา
     ช่วยสมาชิกให้สามารถรับปันผลเป็นรายได้เสริมเดือนละหมื่น 4 คน จะส่งผลให้คุณได้ขึ้นแท่นรอการประกาศให้เป็นเจ้าของธุรกิจเมื่อคุณสามารถดำรงคุณสมบัติครบ 6 เดือนในปีบัญชีของธุรกิจคุณจะได้ปันผลเริ่มต้นที่ห้าหมื่นบาทซึ่งเป็นปันผลตอบแทนที่คุ้มค่า คุณจะได้รับการสอนในขั้นต่อไปของการทวีคูณปันผลของคุณให้มี



สร้างธุรกิจที่สองของคุณด้วยการช่วยเหลือ
“ถ้าเราไม่มีความสุขก่อนเกษียณ หรือไม่มีอิสรภาพทางการเงินก่อนเกษียณ เป็นไปได้ยากมากที่หลังเกษียณแล้วจะมีความสุข” นี่คือคำกล่าวที่ตรงไปตรงมาของคุณกวี ชูกิจเกษม Chief Portfolio Advisory บริษัท หลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) สะท้อนความจริงที่หลายคนมองข้าม ซึ่งคุณกวีให้สัมภาษณ์ลงทุนนิยม เกษียณสุข The Series

การเกษียณอายุที่ 60 ปี แนวคิดที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในยุโรปเพื่อแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) และการว่างงานของคนรุ่นใหม่ อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับยุคปัจจุบัน โดยคุณกวีมองว่าถึงควรเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “เกษียณ” ไปสู่แนวคิดเรื่อง “อิสรภาพทางการเงิน”

“ผมไม่อยากใช้คำว่าเกษียณ แต่อยากใช้คำว่าอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นคนละความหมายกัน” คุณกวีอธิบาย “การเกษียณตามอายุเป็นกรอบที่จำกัดศักยภาพของมนุษย์ เพราะความสุขและความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอายุ”

จากประสบการณ์ให้คำปรึกษา คุณกวีพบว่าแม้แต่ผู้ที่เคยมีรายได้สูง เช่น นักกีฬาอาชีพที่ประสบความสำเร็จในช่วงเล่นกีฬา แต่กลับพบว่าหลายคนไม่มีอิสรภาพทางการเงินเมื่อถึงวัยเลิกเล่นกีฬา สาเหตุหลักมาจากการขาดการวางแผนและบริหารจัดการการเงินที่ดี

มีเงินมากไม่เท่ากับ “มีอิสรภาพทางการเงิน

“หลายคนได้เงินมาก็เก็บออมเพียงอย่างเดียว หรือใช้จ่ายโดยไม่มีการวางแผน พอถึงจุดที่ต้องบริหารเงินจริงๆ กลับทำไม่เป็น หรือสายเกินไปที่จะเริ่มต้น

ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างอิสรภาพทางการเงินมักไม่ได้หยุดทำงานเมื่อถึงวัยเกษียณ หลายคนยังคงทำงานต่อไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เพราะมองว่าการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตที่มีความหมาย

ถ้าคุณไม่มีความสุขหรืออิสรภาพทางการเงินก่อนเกษียณ เป็นไปได้ยากมากที่จะมีความสุขหลังเกษียณ คุณกวีเล่า พร้อมชี้ให้เห็นว่าพนักงานบริษัทที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้จากเงินเดือน คือตัวอย่างของผู้ที่มีทักษะการบริหารการเงินที่ยอดเยี่ยม “ถ้าทำงานและมีเงินเดือน แล้ววันใดวันหนึ่งสามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ แสดงว่าสามารถบริหารเงินได้ดีมาก”

การลงทุนกับอิสรภาพทางการเงินไม่ใช่เรื่องเดียวกัน คุณกวีเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่หลายคนมักเข้าใจผิด แม้การลงทุนอาจช่วยเร่งความเร็วในการบรรลุอิสรภาพทางการเงิน แต่การบริหารการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance) ต่างหากที่เป็นรากฐานสำคัญ

การบริหารการเงินที่ดีต้องเริ่มจากพื้นฐานง่ายๆ “รายได้ต้องมากกว่าค่าใช้จ่าย” นี่คือกฎเหล็กข้อแรกที่ไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน การสร้างวินัยทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด “อย่าเพิ่งคิดเรื่องการลงทุน โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การสร้างความมั่นคงทางการเงิน”

สรุปสูตรบริหารเงินให้มั่นคง

1. รายได้ต้องมากกว่ารายจ่าย หลักการพื้นฐานที่ต้องยึดมั่น

2. หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น

3. ทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง

4. สำรองเงินฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือน

5. เมื่อมีเงินเหลือจึงค่อยเริ่มลงทุน

สำหรับผู้ที่พร้อมก้าวสู่การลงทุน คุณกวีแนะนำให้เริ่มจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ก่อนจะค่อย ๆ ขยับไปสู่ตราสารหนี้และหุ้น โดยจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น อาจใช้สัดส่วน 60/40 โดยปรับเพิ่มลดตามความเหมาะสม

“ถ้ารับความเสี่ยงได้สูงก็จัดพอร์ตหุ้น 60% ตราสารหนี้ 40% แต่ถ้ารับความเสี่ยงต่ำก็จัดพอร์ต 60% เป็นตราสารหนี้ อีก 40% เป็นหุ้น จากนั้นก็ลงทุนในระยะยาว” คุณกวีแนะนำ

เมื่อถามถึงอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการบรรลุอิสรภาพทางการเงิน คุณกวี ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่ามีคำตอบเดียว นั่นคือ “ความฟุ่มเฟือย”

และสิ่งที่คุณกวีฉายภาพให้เราเห็นในท้ายที่สุดก็คือ “อิสรภาพทางการเงินจบที่คำว่าพอ” สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การหารายได้ไม่พอ แต่อยู่ที่การไม่รู้จักพอในการใช้จ่าย ความฟุ่มเฟือยเป็นเหมือนรูรั่วที่คอยดูดกลืนความมั่งคั่ง

บทสรุป… ไม่ว่าจะหาเงินได้มากเพียงใด หากไม่รู้จักพอ ก็ยากที่จะไปถึงอิสรภาพทางการเงินได้ ดังนั้นการเข้าใจและยอมรับในความ“พอดี” จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง

ปรับตัวอย่างไรให้รับกับเทรนด์ที่กำลังจะมาถึง บวกกับผู้ประกอบการเองจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ ไว้เพื่อคว้าโอกาสธุรกิจกับเทรนด์ที่กำลังมาถึง…

สวจะทำให้คุณเห็นศักยภาพของตัวเองว่า สามารถนำเอาแนวคิด ‘เมตตาทุนนิยม’ ไปใช้ในการสร้างธุรกิจได้อย่างไร ยจากภายใน










ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ช่วยชาติภาษีไม่รั่วไหล

วิธีช่วยประหยัดค่าอาหาร กินอยู่อย่างไรให้อิ่มแถมเงินเหลือ